ตรวจสอบเงิน "ประกันรายได้เกษตร" ปี 2564/65 งวด1 “ธ.ก.ส.” โอนเงินให้ ภายใน 3 วัน

ตรวจสอบเงิน "ประกันรายได้เกษตร" ปี 2564/65 งวด1 “ธ.ก.ส.” โอนเงินให้ ภายใน 3 วัน

ตรวจสอบเงิน “ประกันรายได้เกษตรกร” งวด1 “ธ.ก.ส.” จะโอนเงินให้ ภายใน 3 วัน นับจากวันที่เคาะ “ประกันราคาข้าว” สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 15 ต.ค. ส่วนงวด 2 และงวด3 นัดประชุมใหม่ วันที่ 5 พ.ย.นี้

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดี เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการ "" ผู้ปลูกข้าว ได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และรายละเอียดการจ่ายชดเชยตามโครงการประกันรายได้ข้าว ปีการผลิต 2564/65 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2564 มติที่ประชุมเห็นชอบให้คงหลักการการกำหนดผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ แหล่งที่มาของราคา และการคำนวณราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงเช่นเดียวกับโครงการ "ประกันรายได้" ปีที่ 1 และปีที่ 2 โดยการคิดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงจะเฉลี่ยมาจาก 3 แหล่ง ได้แก่

  • ราคาข้าวเปลือกที่กรมการค้าภายในสืบ
  • ราคาข้าวเปลือกจากสมาคมโรงสี
  • ราคาข้าวเปลือกที่คำนวณจากราคาข้าวสาร

ซึ่งการคำนวณราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงจะใช้ราคารายวันย้อนหลัง 7 วัน จากทั้ง 3 แหล่งมาเฉลี่ย เพื่อให้ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงที่ได้เป็นปัจจุบัน และที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงงวดที่ 1 สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2564 จะใช้ราคาเฉลี่ยย้อนหลังระหว่างวันที่ 5-14 ตุลาคม 2564 โดยได้ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างข้าวแต่ละชนิด ดังนี้ 

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ 10,864.23 บาท/ตัน ชดเชยตันละ  4,135.77 บาท
  • ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 10,407.75 บาท/ตัน ชดเชยตันละ  3,595.25 บาท
  • ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 9,947.87 บาท/ตัน ชดเชยตันละ  1,052.13 บาท
  • ข้าวเปลือกเจ้า 8,065.38 บาท/ตัน ชดเชยตันละ 1,934.62  บาท
  • ข้าวเปลือกเหนียว 7,662.53 บาท/ตัน ชดเชยตันละ 4,337.47  บาท

โดย เกษตรกรจะได้รับเงินส่วนต่างสำหรับงวดที่ 1 สูงสุด ดังนี้

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ 57,900.78 บาท
  • ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 57,524 บาท
  • ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 26,303.25 บาท
  • ข้าวเปลือกเจ้า 58,038.6 บาท
  • ข้าวเปลือกเหนียว 69,399.52 บาท

ส่วนการโอนเงินส่วนต่างงวดที่ 1 ตามโครงการประกันรายได้ปี 2564/65 (ธ.ก.ส.) จะดำเนินการได้ภายหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบผลการหารือเกี่ยวกับอัตราต้นทุนเงินของ ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และ ธ.ก.ส. ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2564 ซึ่งกรมฯ ได้จัดให้มีการหารือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2564 และจะได้นำเสนอในการประชุม ครม. เพื่อรับทราบในสัปดาห์หน้า

โดยการจ่ายเงินชดเชยประกันรายได้ในปีที่ 3 ก็คงหลักการเช่นเดิม ธ.ก.ส. จะโอนเงินเข้าไปยังบัญชีของเกษตรกรภายใน 3 วันทำการหลังจากที่ได้มีการประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงเช่นเดียวกับปี 1 และปี 2

ทั้งนี้ โครงการประกันรายได้ กำหนดราคาประกันที่ความชื้นที่ 15% เรียกข้าวแห้ง แต่ปัจจุบันเกษตรกรจะเกี่ยวสดและนำไปจำหน่าย ซึ่งจะมีความชื้นสูง ประมาณ 28-30% เรียกข้าวเปียก เมื่อหักความชื้นตามน้ำหนักไปแล้ว ก็จะได้ราคาที่ใกล้เคียงกัน เช่น ข้าวเปลือกเจ้า เกษตรกรจำหน่ายได้ 6,200-6,400 บาทต่อตัน เมื่อหักความชื้นแล้วก็จะเป็นข้าวแห้งที่ประมาณ 8,000-8,100 บาทต่อตัน

สำหรับ โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ได้ประกันราคาข้าวเปลือก 5 ชนิด ได้แก่

  • ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ไม่เกิน 14 ตัน
  • ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ไม่เกิน 16 ตัน
  • ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ไม่เกิน 30 ตัน
  • ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ไม่เกิน 25 ตัน
  • ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ไม่เกิน 16 ตัน


ด้านการกำหนดหลักเกณฑ์ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ แหล่งที่มาของราคา และการคำนวณราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงได้ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับโครงการประกันรายได้ ปีที่ 1 และปีที่ 2

โดยการคิดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงจะเฉลี่ยมาจาก 3 แหล่ง ได้แก่ ราคาข้าวเปลือกที่กรมการค้าภายใน สืบราคาข้าวเปลือกจากสมาคมโรงสี และราคาข้าวเปลือกที่คำนวณจากราคาข้าวสาร ซึ่งการคำนวณราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงจะใช้ราคารายวันย้อนหลัง 7 วัน จากทั้ง 3 แหล่งมาเฉลี่ย เพื่อให้ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงที่ได้เป็นปัจจุบัน